ไมเกรน
ไมเกรนเป็นรูปแบบของอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงเป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือมากกว่านั้น
คำอธิบาย
ไมเกรนเป็นรูปแบบของการปวดศีรษะที่รุนแรงและเกินจะทนไหว ไมเกรนเกิดกับประชากรหลายสิบล้านคนในประเทศ และมีผลทำให้สูญเสียเงินหลายพันล้านจากการขาดงาน, ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ, และเสียเงินในการรักษาพบในหญิง 18% ชาย 6% ที่จะเกิดมีอาการปวดศีรษะไมเกรน อย่างน้อย 1ครั้งต่อปี หญิงกว่า 3ล้านคนและ ชาย1ล้านคนที่เคยปวดศีรษะรุนแรงอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกเดือน ไมเกรน มักเริ่มในวัยรุ่น, และพบได้น้อยมากหลังอายุ 60ปี
ไมเกรน 2ชนิดที้รู้จักกันดี ร้อยละ 8ขอไมเกรน ที่มีอาการ ไมเกรนโดยไม่มีออร่า รูปแบบนี้ เรียกว่า ไมเกรนแบบสามัญ ในไมเกรนที่มีออร่า รูปแบบนี้เรียกว่า คลาสสิกไมเกรน,อาการเริ่มต้นก่อนปวดศีรษะ หรือพร้อมกันคืออาการทางตา หรือความรู้สึกในการเห็นบกพร่องได้แก่ ภาพหลอน ทัศนียภาพบางส่วนหายไป, มีนชา หรือเสียวซ่า, หรือรู้สึกหนัก, อาการมักเป็นถาวรส่วนใหญ่ที่ด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย และอาจเริ่มต้นในต้น 72ชั่วโมงก่อนระยะเวลาในการปวด
สาเหตุทางกายภาพยากที่จะทราบได้ ในด้านพันธุกรรมมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยจำนวนมาก แต่ไม่ทุกราย มีกลไกหลากหลายที่จำให้เกิดไมเกรน และต้องทราบกลไกของตนเองซึ่งจะเป็นกุญแจในการป้องกันการเกิดไมเกรน
กายภาพเป็นทฤษฎีที่กว้างมาก เชื่อว่าไมเกรนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเซลประสาทรับความรู้สึกปวดในสมอง (ที่เรียกว่าโนไซเซ็ปเตอร์) หลั่งเคมีที่เรียกว่า นิวโรเป็ปไทด์ อย่างน้อยที่สุดตัวส่งกระแสประสาทตัวหนึ่ง, สารประกอบ P, จะเพิ่มความรู้สึกเจ็บปวดของโนไซเซ็ปเตอร์ตัวอื่นๆที่อยู่ข้างเคียง
นิวโรเป็ปไทด์อื่นทำหน้าที่กับกล้ามเนื้อเรียบรอบๆเส้นเลือดในสมอง กล้ามเนื้อเรียบเนี้ควบคุมการไหลของเลือดในสมองโดยการหดและคลายตัว, ทำให้เกิดการขยายตัว หรือหดตัวของเส้นเลือด
ในระยะของการปวดไมเกรนนี้นิวโรเป็ปไทด์จะทำให้เกิดกล้ามเนื้อคลายตัว, ยอมให้เส้นเลือดขยายตัวขึ้น และเพิ่มการไหลของเลือด
นิวโรเป็ปไทด์ตัวอื่นเพิ่มการรั่วของเส้นเลือดในสมอง, ยอมให้ของเหลวรั่วไหล และทำให้เกิดอักเสบ และเนื้อเยื่อบวมขึ้น
การปวดของไมเกรนยังเป็นผลจากการรวมกันของความรู้สึกปวดเพิ่มขึ้น(ของเนื้อเยื่อ, เส้นเลือดบวม และอักเสบ)
ออร่าจะเห็นระหว่างปวดไมเกรนอาจเกี่ยวข้องกับการหดตัวของเส้นเลือดที่ขยายตัวอยู่ในระยะปวดศีรษะ
หน่วยพันธุ์กรรม
จุดอ่อนเกี่ยวกับไมเกรนอาจเป็นการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ การทรมานแบบไมเกรนในเด็กมากกว่า 50%จะพัฒนาเปลี่ยนเป็นไมเกรน ถ้าหาพ่อ-แม่เป็นทั้งคู่, การเปลี่ยนแปลงจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 70%เมื่อยีน หรือการสนองตอบของยีนไม่มีการจำแนก และในกรณีไมเกรนส่วนมากไม่มีพื้นฐานจากครอบครัวอย่างเด่นชัด มันดูคล้ายกับว่ายีนเป็นตัวนำไปสู่การเกิดระยะของไมเกรน และการพัฒาการอย่างเต็มทีต้องการอิทธิพลแวดล้อมด้วย
กลไกต่างๆ
ความแตกต่างกันของอาหาร, ยาต่างๆ, สิ่งแวดล้อมในขณะนั้น, และเหตุการณ์ในแต่ละบุคคลที่ทราบว่าเป็นกลไกให้เกิดไมเกรน แต่ไม่ทราบว่ากลไกส่วนใหญ่ทำให้เกิดไมเกรนได้อย่างไร, หรือทำไมบุคคลที่เป็นไมเกรนทรมานกับผลที่เกิดขึ้นจากกลไกเฉพาะเจาะจงเหล่านั้น แต่ไม่เป็นกับปัจจัยอื่น
อาหารที่เป็นกลไกกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้แก่
๐ชีส
๐อัลกอฮอล
๐คาเฟอิน และการเลิกคาเฟอิน
๐ช็อคโกแล็ต
๐อาหารรสหวานจัด
๐ผลิตภัณฑ์ที่ทานประจำทุกวัน เช่น นม, และผิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น
๐อาหารหมักดอง
๐ผลไม้รสเปรี้ยว
๐ถั่วเปลือกแข็ง
๐ขบวนการผลิตอาหาร, โดยเฉพาะอาหารที่ประกอบด้วยไนไตรต, ซัลไฟรต หรือผงชูรส(MSG).
สิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
๐ความเครียด หรือความกดดันจากช่วงเวลา
๐ระยะมีรอบเดือน, ระยะหมดรอบเดือน
๐การเปลี่ยนแปลงของการหลับ หรือความบกพร่องในการหลับ, การนอนมากเกินไป
๐การหักโหมงานเป็นเวลานาน หรือ ท่าที่ใช้ไม่เหมาะสม
๐หิว หรืออดอาหาร
๐กลิ่น, ควัน หรือน้ำหอม
๐การจ้องอะไรมากเกินไป, หรือแสงวาบ
ยาที่อาจเป็นกลไกให้เกิดไมเกรนได้แก่
๐ยาคุมกำเนินชนิดกิน
๐การให้ฮอร์โมนทดแทนในหญิง
๐ไนเตรต
๐ธีโอไฟลีน รักษาโรคหอบ
๐รีเซอร์ปิน
๐ไนเฟดดิปิน
๐อินโดเมดติดีน
๐ไซเมดทีดีน
๐การใช้ยาลดการคั่งหรืออาการคัดจมูกมากเกินไป
๐การใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป
๐การเลิกยาเบนโซไดอะซิปิน
อาการ
ไมเกรนที่ไม่มีออร่าอาจเกิดขึ้นจากมีอารมณ์เสียเพิ่มขึ้น หรือมีระดับพลังงานเพิ่มขึ้นในระยะ 24ชั่วโมงก่อนเกิดอาการ อาการก่อนเกิดไมเกรนอื่นๆอาจได้แก่ อ่อนเพลีย, เก็บกด, และการอ้าปากหาวมากเกินไป
ออร่าส่วนใหญ่เริ่มด้วยมีแสงเป็นวงรอบหลอดไฟ, เป็นระยะเวลา10-12นาที สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ หรือเกิดซ้ำขี้จากบริเวลาที่มีด หรือความบกพร่องของการเห็นอื่นๆ อาการชา และเสียวซ่าพบได้เป็นปกติ, โดยเฉพาะที่หน้า และมือ ความร็สึกเหล่นี้อาจกระจายไป และอาจเป็นร่วมกับความรู้สึกอ่อนแรง หรืออาการหนักที่แขนขา
อาการปวดไมเกรนมักเกิดขึ้นเพียงด้านเดียวของศีรษะ แม้นว่าอาจจะนำไปสู่การเกิดทั้งสองด้าน หรือสลับไปเกิดอีกด้านระหว่างการเกิดอาการปวด อาการปวดโดยทั่งไปมีอาการสั่น และอาจมีความต่างจากเล็กน้อยไปจนทนไม่ได้ สิ่งนี้มักเกิดร่วมกับอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน, รู้สึกปวดมากเพื่อเห็นแสง หรือได้ยินเสียง และอาหาร หรือกลิ่น เห็นภาพมัวเกิดขึ้นได้บ่อย
ปวดไมเกรนมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นใน30นาทีแรกไปจนหลายชั่วโมง และอาจเกิดนานออกไปเป็นวันหรือนานกว่านั้น หลังจากนั้น บุคคลที่เกิดอาการโดยทั่วไปจะเหนื่อยอ่อนเพลีย และมีความรู้สึกไวต่อการขยับศีรษะอย่างกะทันหัน
การวินิจฉัย
จะทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติอย่างละเอียด ทำการตรวจ และเอ็กซ์เรย์ด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์ที่ใช้แม่แหล็กไฟฟ้าในการสร้างภาพของอวัยวะที่ทำการตรวจ มักทำเพื่อจำแนกประเภาของโรค ในบางรายทำเพื่อตรวจหาเนื้องอกในสมอง หรือโครงสร้างที่ทำให้เกิดอาการปวดไมเกรน
การรักษา
เมื่อเกิดอาการขึ้นผู้ป่วยจะหาที่เงียบ, ห้องที่สลัวไม่สว่างนักเพื่อลดตัวกระตุ้นอาการปวด ยาหลากหลายชนิดอาจใช้เพื่อลดอาการปวด และความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ยาNSAIDsมีประโยชน์มากในอาการปวดไมเกรนเบื้องต้นและที่เป็นเล็กน้อย ยาเหล่านี้ได้แก่ อะเซ็ดตามีโนเฟน, ไอบูโปรเฟน, นาโปรซีน, และอื่นๆ การวิจัยใหม่ๆใช้การรักษาร่วมกันของ อะเซ็ทตามีโนเฟน, แอสไพรีน และ คาเฟอิน มีผลในการลดอาการของผู้ป่วยไมเกรนจำนวนมาก ตัวหนึ่งที่คำตอบที่เหมาะสมคือ เอ็กซีดรีน ไมเกรน
ในรายที่รุนแรงมากขึ้น อาจรักษาด้วยยาที่ออกฤทธ์ต่อตัวรับซีโรโตนินในกล้ามเนื้อเรียบรอบๆเส้นเลือดสมอง ซีโรโตนินเป็นที่รู้จักกันว่าคือ “5-ไฮดร็อกซีทรีปตามีน” ทำให้เส้นเลือดหดตัว ลดอาการปวดไมเกรน ยาที่เลียนแบบมาจากซีโรโตนิน และจับตัวกับตัวรับเหล่านั้นก็มีผลเหมือนกัน ยาที่เก่าแก่ที่สุดคือ เออร์โกตามีน, อนุพันของส่วนเล็กๆจากเชื้อรา ออร์โกตามีน และไดไฮโดรแออร์โกตามีนถูกใช้ทั้งกับการรักษาอาการไมเกรนเฉียบพลัน และเพื่อป้องกันอาการ อนุพันเหล่านี้มีผลข้าเคียงบ้างใน10ปีที่ผ่านมา ได้แก่ ซูมาทรีปเทน(ไอมิทรีกซ์) ยาเหล่านี้บางตัวเหมาะที่จะใช้พ่นทางจมูก, ฉ๊ดเข้ากล้ามเนื้อ, หรือเหน็บทวารหนักในผู้ป่วยที่มีอาการอาเจียน ยาอื่นๆที่ใช้ในไมเกรนเฉียบพลัน ได้แก่ มีพิอริดีน และ เมดโตคลอปราไมด์
การใช้ต่อเนื่องของยาต้านไมเกรนบางชนิดสามารถทำให้เกิด อาการปวดหัวซ้ำได้บ่อยหรือปวดศีรษะเรื้อรัง โดยเฉพาะในช่วงเช้า อาการปวกศีรษะซ้ำถูกเลี่ยงโดยการใช้ยาต้านไมเกรนภายใต้การดูแลของแพทย์ ร่วมกับปริมาณยาขนาดต่ำๆจำเป็นในการรักษา ผู้ป่วยที่มีไมเกรนบ่อยๆอาจต้องให้การรักษาแบบป้องกัน
การรักษาทางเลือก
การรักษาทางเลือกมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไมเกรน ไมเกรนมักเกิดร่วมกับการแพ้อาหาร การจำแนกความแตกต่าง และขจัดอาหารที่ไม่เหมาะสม หรืออาหารที่ลดความความถี่ของไมเกรน และหรือลดอาการปวดศีรษะเหล่านี้ทุกชนิด การรักษาด้วยสมุนไพร “ฟีเวอร์ฟิว” อาจลดความถี่ของการเกิดไมเกรน การเรียนรู้เพื่อเพิ่มการไหลของเลือดไปยังส่วนปลายผ่านขบวนการฝึกฝนการใช้ไบโอฟิดแบล็คเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือดบางประการที่ครั้งหนึ่งทำให้เกิดอาการไมเกรน ระหว่าการเกิดไมเกรน หรี่ไฟลง, จุ่มเท้าลงในน้ำอุ่น และวางผ้าเย็นไว้ทีท้ายทอย, ทำให้เลือดไหลไปที่เท้า และลดความดันที่ศีรษะ
พยากรณ์โรค
ประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นไมเกรนสามารถควบคุมอาการโดยทำความเข้าใจกับโรค และหลีกเลี่ยงกลไกที่ทำให้เกิดอาการ และโดยการใช้ยาที่เหมาะสมเมื่อเกิดอาการ บางรายที่เป็นรุนแรงไม่สนองตอบต่อยาที่ใช้ในการป้องกันอาการ โดยทั่วไปไมเกรนจะลดความรุนแรงลงเมื่ออายุ60ปี และหายไปเอง
กการป้องกัน
ความถี่ของการเกิดไมเกรนจะลดลงเมื่อหลีกเลี่ยงกลไกที่เป็นปัจจัยของโรค
๐การกิน-กินตามเวลาอย่างสม่ำเสมอ และไม่ข้ามมื้ออาหารใดไป
๐ลดการใช้คาเฟอิน และยาแก้ปวด
๐จำกัดการทำกิจกรรมที่หักโหม โดยเฉพาะวันที่อาการร้อน
๐นอนตามเวลาสม่ำเสมอ และเพียงพอ ไม่มากหรือน้อยเกินไป
๐บริหารจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดในการทำงาน และงานบ้าน
ยาบางชนิดใช้เพื่อป้องกันไมเกรน ได้แก่ ยาเฉพาะหรือในยาตระกูลเหล่านี้
๐เบต้าบล็อค
๐ไตรไซคลิก แอนตี้ดีเพรสเซ็นต์
๐แคลเซียม ชานเนล บล็อกเกอร์
๐ยากันชก
๐โมโนอะมีน ออกซิเดส อินฮิบิเตอร์ (MAO)
๐ซีโรโตนิน แอนตาโกนิสต์
ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ยาที่ให้ในการป้องกันไม่เหมาะสม, เพราะมันต้องการความต่อเนื่องในการใช้ของยาที่ออกฤทธิ์แรง ในหญิงที่เป็นไมเกรนร่วมกับระยะที่มีรอบเดือน การรักษาแบบป้องกันผลถูกจำกัด เพราะยาเหล่านี้เหมาะสมกับผู้ป่วยที่มีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆการตัดสินใจใช้ยาในไมเกรนอาจมีอิทธิพลจากการหวังว่าจะเกิดประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
